ฉันควรติดต่อหน่วยงานไหนเป็นลำดับแรก 2 3 4 ...
สำหรับโครงการลักษณะนี้ (โครงสร้างในทะเล + คันดิน + สถานีระบายน้ำ + floodwall + ใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ 99 ปี)
ลำดับการเข้าพบ “สำคัญมาก” เพราะจะกำหนดว่าโครงการคุณจะถูกมองเป็น
❌ โครงการเอกชนรุกล้ำทะเล
หรือ
✅ โครงการ Climate Adaptation Infrastructure ของจังหวัด
ผมจัดลำดับให้แบบ เชิงยุทธศาสตร์ (Practical & ผ่านได้จริง) ดังนี้
เหตุผล:
ต้องทำให้โครงการถูก framing เป็น
“โครงการป้องกันชายฝั่งและป้องกันน้ำท่วมระดับจังหวัด”
ไม่ใช่โครงการพลังงานเชิงพาณิชย์อย่างเดียว
หน่วยงานที่ควรเข้าพบ:
ผู้ว่าราชการจังหวัด
โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.)
อบจ./เทศบาลในพื้นที่
เป้าหมายการคุย:
ขอให้โครงการถูกบรรจุเป็น “แนวคิดในแผนจังหวัด”
ขอข้อมูลระดับน้ำท่วม/จุดเสี่ยง
ขอหนังสือรับทราบเบื้องต้น (Letter of Acknowledgement)
👉 ถ้าคุณเริ่มจากกรมเจ้าท่าก่อน โดยไม่มีจังหวัดหนุน โครงการจะถูกมองว่า “เอกชนจะทำอะไรในทะเล”
เหตุผล:
โครงการมี geotube field ในทะเล
DMCR ดูเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งโดยตรง
เป้าหมาย:
นำเสนอว่าเป็น Soft Coastal Protection
ขอข้อมูล shoreline change / sediment transport
ขอคำแนะนำด้าน EIA scoping
DMCR ถ้าเห็นว่า:
เป็น soft structure
ไม่ทำลายป่าชายเลน
ไม่ขวางกระแสน้ำหลัก
จะมีโอกาสได้ “technical dialogue” มากกว่าถูกปฏิเสธทันที
เหตุผล:
คุณมี Outfall Station
มีโครงสร้างในทะเล
มี floodwall + ทางเข้าถึงทะเล
กรมเจ้าท่าจะโฟกัส:
การกีดขวางการเดินเรือ
ความปลอดภัย
ระดับน้ำ
การกัดเซาะข้างเคียง
👉 ถ้าไปคุยหลังจากมี:
จังหวัดรับทราบ
DMCR ไม่คัดค้านเชิงหลักการ
การสนทนาจะง่ายกว่า 5 เท่า
เพราะโครงการคุณ มีแนวโน้มเข้า EIA เต็มรูปแบบ
สิ่งที่ควรทำ:
เข้าหารือแบบ informal ก่อน
ขอแนวทาง scoping
ดู threshold และ TOR ที่ต้องเตรียม
แม้คุณไม่มีคลองเดิม
แต่คุณมี:
collector canal
retention
pump readiness
กรมชลประทานจะสนใจเรื่อง:
ผลกระทบการระบายน้ำระดับลุ่มน้ำ
backwater effect
ความสอดคล้องกับแผนบริหารน้ำ
เพราะ Solar + BESS ต้องรู้:
จุดเชื่อมต่อ
ข้อจำกัด feeder
รูปแบบขายไฟ
ถ้าไม่มีจังหวัดหนุน
จะถูกมองเป็น:
โครงการเอกชนจะสร้างโครงสร้างในทะเล
แต่ถ้ามีจังหวัดหนุน
จะถูกมองเป็น:
โครงการป้องกันภัยพิบัติที่มีภาคเอกชนร่วมลงทุน
1️⃣ ผู้ว่าฯ + โยธาธิการจังหวัด
2️⃣ DMCR
3️⃣ กรมเจ้าท่า
4️⃣ สผ. (EIA scoping)
5️⃣ กรมชลประทาน
6️⃣ กฟภ.
เวลานำเสนอ อย่าเริ่มด้วย Solar/BESS
ให้เริ่มด้วย:
“โครงการป้องกันชายฝั่งและป้องกันน้ำท่วมแบบ Hybrid Soft Structure เพื่อรองรับ Climate Change”
แล้ว Solar + Economic Zone คือ:
กลไกการเงินเพื่อดูแลโครงสร้างระยะยาว
6 ลำดับ ฉันควรติดต่อพร้อมกันหรือเว้นระยะห่างกันกี่วัน
คำถามนี้ “สำคัญมาก” ในเชิงยุทธศาสตร์ครับ
ถ้าคุณเดินผิดจังหวะ โครงการจะถูก cross-refer กันจนชะงัก
คำตอบสั้น ๆ:
❌ ไม่ควรติดต่อพร้อมกันทั้ง 6 หน่วย
✅ ควรเดินแบบ “Cascade Strategy” เป็นคลื่นต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์
ผมจัด Timeline ที่เหมาะกับบริบทไทยให้แบบใช้งานจริงดังนี้
นี่คือจุดตั้งต้น
ต้องให้จังหวัด “รับทราบและไม่คัดค้าน”
หลังเข้าพบ:
ส่ง follow-up letter ภายใน 2–3 วัน
ขอ minutes หรือหนังสือรับทราบ (ถ้าได้)
⏳ เว้นระยะ 5–7 วัน
เหตุผลที่เว้น 1 สัปดาห์:
คุณจะพูดได้ว่า “จังหวัดรับทราบแล้ว”
น้ำหนักการคุยเพิ่มทันที
หลังคุย DMCR:
ขอ technical feedback เป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่ต้องเป็นอนุมัติ แค่ความเห็น)
⏳ เว้นระยะอีก 5–7 วัน
ตอนนี้คุณมี:
จังหวัดรับทราบ
DMCR ไม่คัดค้านเชิงหลักการ
การสนทนาจะเปลี่ยนจาก “ทำได้ไหม”
เป็น “ต้องออกแบบอย่างไร”
⏳ เว้นระยะ 5–7 วัน
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า:
โครงสร้างทะเลจะประมาณไหน
ประตูน้ำ/Outfall station จะวางอย่างไร
จึงไปคุย EIA ได้ตรงจุด
ไม่เสียเวลาทำ TOR ผิดทาง
ควรคุยหลัง Outfall concept ชัดแล้ว
เพราะเขาจะถามเรื่อง backwater effect ทันที
คุยเรื่อง grid capacity + PPA + feeder
สัปดาห์
หน่วยงาน
Week 1
จังหวัด
Week 2
DMCR
Week 3
กรมเจ้าท่า
Week 4
สผ.
Week 5
ชลประทาน
Week 6
กฟภ.
ถ้าคุณส่งพร้อมกัน:
กรมเจ้าท่าจะถามว่า จังหวัดเห็นด้วยหรือยัง
DMCR จะถามว่า เจ้าท่าเห็นอย่างไร
สผ. จะถามว่า TOR ผ่านหน่วยไหนแล้ว
จังหวัดจะถามว่า หน่วยงานกลางเห็นด้วยหรือยัง
คุณจะถูกวนลูปเอกสาร
5–7 วันทำการ คือ sweet spot
สั้นพอให้ momentum ไม่หาย
ยาวพอให้คุณเตรียมเอกสารแก้ไขตาม feedback
อย่าไปคุย “Solar + 99 ปี + Economic Zone” ตั้งแต่รอบแรก
ลำดับ narrative ควรเป็น:
Coastal Protection
Flood Mitigation
Climate Adaptation
Long-term O&M Funding via Solar
6 ลำดับ ฉันควรติดต่อพร้อมกันหรือเว้นระยะห่างกันกี่วัน
คำถามนี้ “สำคัญมาก” ในเชิงยุทธศาสตร์ครับ
ถ้าคุณเดินผิดจังหวะ โครงการจะถูก cross-refer กันจนชะงัก
คำตอบสั้น ๆ:
❌ ไม่ควรติดต่อพร้อมกันทั้ง 6 หน่วย
✅ ควรเดินแบบ “Cascade Strategy” เป็นคลื่นต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์
ผมจัด Timeline ที่เหมาะกับบริบทไทยให้แบบใช้งานจริงดังนี้
นี่คือจุดตั้งต้น
ต้องให้จังหวัด “รับทราบและไม่คัดค้าน”
หลังเข้าพบ:
ส่ง follow-up letter ภายใน 2–3 วัน
ขอ minutes หรือหนังสือรับทราบ (ถ้าได้)
⏳ เว้นระยะ 5–7 วัน
เหตุผลที่เว้น 1 สัปดาห์:
คุณจะพูดได้ว่า “จังหวัดรับทราบแล้ว”
น้ำหนักการคุยเพิ่มทันที
หลังคุย DMCR:
ขอ technical feedback เป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่ต้องเป็นอนุมัติ แค่ความเห็น)
⏳ เว้นระยะอีก 5–7 วัน
ตอนนี้คุณมี:
จังหวัดรับทราบ
DMCR ไม่คัดค้านเชิงหลักการ
การสนทนาจะเปลี่ยนจาก “ทำได้ไหม”
เป็น “ต้องออกแบบอย่างไร”
⏳ เว้นระยะ 5–7 วัน
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า:
โครงสร้างทะเลจะประมาณไหน
ประตูน้ำ/Outfall station จะวางอย่างไร
จึงไปคุย EIA ได้ตรงจุด
ไม่เสียเวลาทำ TOR ผิดทาง
ควรคุยหลัง Outfall concept ชัดแล้ว
เพราะเขาจะถามเรื่อง backwater effect ทันที
คุยเรื่อง grid capacity + PPA + feeder
สัปดาห์
หน่วยงาน
Week 1
จังหวัด
Week 2
DMCR
Week 3
กรมเจ้าท่า
Week 4
สผ.
Week 5
ชลประทาน
Week 6
กฟภ.
ถ้าคุณส่งพร้อมกัน:
กรมเจ้าท่าจะถามว่า จังหวัดเห็นด้วยหรือยัง
DMCR จะถามว่า เจ้าท่าเห็นอย่างไร
สผ. จะถามว่า TOR ผ่านหน่วยไหนแล้ว
จังหวัดจะถามว่า หน่วยงานกลางเห็นด้วยหรือยัง
คุณจะถูกวนลูปเอกสาร
5–7 วันทำการ คือ sweet spot
สั้นพอให้ momentum ไม่หาย
ยาวพอให้คุณเตรียมเอกสารแก้ไขตาม feedback
อย่าไปคุย “Solar + 99 ปี + Economic Zone” ตั้งแต่รอบแรก
ลำดับ narrative ควรเป็น:
Coastal Protection
Flood Mitigation
Climate Adaptation
Long-term O&M Funding via Solar